Skip to content

Latest commit

 

History

History
807 lines (581 loc) · 34.8 KB

File metadata and controls

807 lines (581 loc) · 34.8 KB

SPEC: TOEIC Tutorial Book

0. ข้อมูลเอกสาร

  • ชื่อโปรเจกต์: TOEIC Tutorial Book
  • เวอร์ชันสเปก: 1.1
  • วันที่อัปเดต: 2026-06-03
  • กลุ่มข้อสอบที่อ้างอิง: TOEIC Listening & Reading
  • แหล่งอ้างอิงรูปแบบข้อสอบ: ETS TOEIC Listening & Reading และ IIBC TOEIC Listening & Reading Test Format and Content
  • สถานะ: สเปกสำหรับเขียนต้นฉบับ ไม่ใช่เอกสารทางการของผู้จัดสอบ

1. เป้าหมายของหนังสือ

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสอนภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยที่พื้นฐานอ่อนมากหรือเริ่มจากศูนย์ เพื่อเตรียมสอบ TOEIC Listening & Reading อย่างเป็นระบบ

เป้าหมายหลักไม่ใช่การท่องเทคนิคสอบอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ผู้อ่าน:

  • อ่านประโยคอังกฤษพื้นฐานได้
  • แยกโครงสร้างประโยคได้ว่าใครทำอะไรกับอะไร
  • รู้คำศัพท์ที่ออกซ้ำใน TOEIC
  • เข้าใจแกรมมาร์ที่จำเป็นต่อข้อสอบ
  • ฟังประโยคและบทสนทนาในบริบทการทำงานได้ดีขึ้น
  • ทำข้อสอบ TOEIC Listening & Reading ได้อย่างมีแผน
  • วิเคราะห์ข้อผิดของตัวเองและพัฒนาคะแนนต่อได้

2. กลุ่มผู้อ่าน

กลุ่มเป้าหมายหลัก:

  • คนไทยที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ
  • คนที่อ่านประโยคอังกฤษแล้วยังจับใจความไม่ได้
  • คนที่ไม่มั่นใจเรื่องแกรมมาร์
  • คนที่ต้องสอบ TOEIC เพื่อสมัครงาน เรียนจบ เลื่อนตำแหน่ง หรือใช้ยื่นองค์กร
  • คนที่เคยลองทำข้อสอบแล้วรู้สึกว่าฟังไม่ทัน อ่านไม่ทัน หรือเดาคำตอบเป็นส่วนใหญ่

ระดับเริ่มต้นที่รองรับ:

  • ไม่รู้จักชนิดของคำมาก่อน
  • จำ tense ไม่ได้
  • รู้คำศัพท์น้อย
  • ไม่คุ้นกับบทสนทนาภาษาอังกฤษในที่ทำงาน

3. เป้าหมายคะแนน

หนังสือควรออกแบบให้พาผู้อ่านไต่ระดับเป็นขั้น ไม่ตั้งเป้าเกินจริงตั้งแต่ต้น

  • ระยะเริ่มต้น: เข้าใจข้อสอบและลดการเดา
  • เป้าหมายแรก: 350-450+
  • เป้าหมายกลาง: 550-650+
  • เป้าหมายต่อยอด: 700+ สำหรับผู้ที่ทำแบบฝึกหัดครบและทบทวนสม่ำเสมอ

หนังสือไม่ควรรับประกันคะแนน เพราะคะแนนขึ้นกับพื้นฐานเดิม เวลาเรียน ความสม่ำเสมอ และคุณภาพการฝึกฟัง/อ่านของผู้อ่าน

3.1 Placement Test ก่อนเริ่มเรียน

หนังสือควรมีแบบทดสอบวัดพื้นฐานก่อนเริ่มบทเรียน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านรู้ว่าตัวเองควรเริ่มจากจุดไหน

Placement Test ควรมี 4 ส่วน:

  1. Grammar and Sentence Basics: 15 ข้อ
  2. Vocabulary: 15 ข้อ
  3. Short Listening Script: 10 ข้อ
  4. Short Reading: 10 ข้อ

รวมทั้งหมด 50 ข้อ

การแปลผลเบื้องต้น:

  • 0-20 ข้อ: เริ่มจากบทที่ 1 และทำทุกแบบฝึกหัด
  • 21-35 ข้อ: เริ่มจากบทพื้นฐาน แต่สามารถทำบางแบบฝึกหัดแบบเร็วได้
  • 36-45 ข้อ: เริ่มจากแกรมมาร์ TOEIC และคำศัพท์ได้
  • 46-50 ข้อ: ข้ามพื้นฐานได้ แต่ควรทำ mock test เพื่อหาจุดอ่อนจริง

Placement Test ต้องมีเฉลยละเอียดและบอกบทที่ควรกลับไปทวน เช่น ถ้าผิดเรื่อง will + V1 ให้กลับไปทวนบท modal verbs

4. ขอบเขตข้อสอบ

หนังสือเน้น TOEIC Listening & Reading

โครงสร้างข้อสอบที่ใช้เป็นกรอบเนื้อหา:

  • Listening: 100 ข้อ
  • Reading: 100 ข้อ
  • รวม: 200 ข้อ
  • เวลาทำข้อสอบหลัก: Listening ประมาณ 45 นาที และ Reading 75 นาที
  • เวลารวมในสนามสอบอาจมากกว่า 2 ชั่วโมง เพราะมีขั้นตอนตอบข้อมูลส่วนตัวหรือคำชี้แจงก่อนสอบ
  • Part 1: Photographs
  • Part 2: Question-Response
  • Part 3: Conversations
  • Part 4: Talks
  • Part 5: Incomplete Sentences
  • Part 6: Text Completion
  • Part 7: Reading Comprehension

จำนวนข้อที่ใช้เป็นกรอบมาตรฐาน:

Section Part Question Type จำนวนข้อ
Listening 1 Photographs 6
Listening 2 Question-Response 25
Listening 3 Conversations 39
Listening 4 Talks 30
Reading 5 Incomplete Sentences 30
Reading 6 Text Completion 16
Reading 7 Reading Comprehension 54

หมายเหตุ: ก่อนจัดพิมพ์หรือเผยแพร่จริง ต้องตรวจสอบรูปแบบข้อสอบล่าสุดจากแหล่งทางการของ ETS หรือศูนย์สอบในประเทศอีกครั้ง

5. หลักการสอน

หนังสือต้องสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยึดหลักต่อไปนี้:

  • เริ่มจากสิ่งที่ผู้อ่านใช้ได้ทันที
  • อธิบายเป็นภาษาไทยง่ายๆ ก่อนใช้ศัพท์แกรมมาร์
  • ถ้าจำเป็นต้องใช้ศัพท์แกรมมาร์ ต้องอธิบายความหมายก่อนเสมอ
  • ใช้ตัวอย่างภาษาอังกฤษที่พบได้ใน TOEIC และที่ทำงาน
  • ทุกตัวอย่างสำคัญควรมีคำแปลไทย
  • สอนให้เห็นรูปแบบซ้ำ ไม่ใช่ให้จำเป็นประโยคๆ เท่านั้น
  • ลดการท่องจำที่ไม่จำเป็น
  • เพิ่มการฝึกแยกประโยค แปลใจความ และหา keyword
  • ผู้อ่านต้องรู้ว่า "ทำไมคำตอบนี้ถูก" และ "ทำไมตัวเลือกอื่นผิด"

6. น้ำเสียงและสไตล์การเขียน

สไตล์ภาษา:

  • เป็นกันเองแต่จริงจัง
  • เหมือนครูสอนตัวต่อตัวให้คนพื้นฐานอ่อน
  • ใช้ประโยคสั้น ชัดเจน
  • ไม่ใช้ภาษาเชิงวิชาการเกินจำเป็น
  • ไม่พูดให้ผู้อ่านรู้สึกว่าตัวเองโง่หรือช้า
  • ไม่ใช้มุกหรือภาษาวัยรุ่นมากเกินไป

ตัวอย่างน้ำเสียงที่ต้องการ:

ประโยคอังกฤษส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากการแปลทีละคำ แต่เริ่มจากการหาให้เจอก่อนว่า ใคร ทำอะไร และทำกับอะไร

ตัวอย่างน้ำเสียงที่ไม่ต้องการ:

ผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าใจ syntactic structure และ morphological variation ก่อนเข้าสู่ข้อสอบมาตรฐาน

7. โครงสร้างหนังสือ

หนังสือแบ่งเป็น 8 ส่วนหลัก

ส่วนที่ 1: ปูพื้นฐานอังกฤษจากศูนย์

เป้าหมาย: ทำให้ผู้อ่านเริ่มอ่านประโยคอังกฤษง่ายๆ ได้

บทที่ควรมี:

  1. ประโยคอังกฤษคืออะไร
  2. Subject, Verb, Object แบบง่าย
  3. ชนิดของคำที่ต้องรู้: noun, verb, adjective, adverb
  4. คำนามเอกพจน์/พหูพจน์
  5. Article: a, an, the
  6. Pronoun: I, you, he, she, it, they
  7. การอ่านประโยคโดยไม่แปลทุกคำ

ส่วนที่ 2: แกรมมาร์จำเป็นสำหรับ TOEIC

เป้าหมาย: ให้ผู้อ่านทำ Part 5 และ Part 6 ได้ดีขึ้น

บทที่ควรมี:

  1. Present Simple
  2. Past Simple
  3. Present Perfect
  4. Future forms: will, be going to
  5. Modal verbs: can, may, must, should
  6. Passive Voice
  7. Preposition
  8. Conjunction
  9. Relative Clause
  10. Comparison
  11. Gerund and Infinitive
  12. Word Form: noun, verb, adjective, adverb

ส่วนที่ 3: คำศัพท์ TOEIC

เป้าหมาย: สร้างคลังคำศัพท์ที่เจอบ่อยในข้อสอบและที่ทำงาน

หมวดคำศัพท์ที่ควรมี:

  1. Office and Workplace
  2. Meeting and Schedule
  3. Email and Documents
  4. Hiring and Human Resources
  5. Sales and Customer Service
  6. Travel and Transportation
  7. Hotel and Restaurant
  8. Shopping and Product
  9. Finance and Payment
  10. Maintenance and Equipment
  11. Announcement and Notice
  12. Business Verbs

แต่ละหมวดต้องมี:

  • คำศัพท์อังกฤษ
  • คำอ่านโดยประมาณถ้าจำเป็น
  • คำแปลไทย
  • ตัวอย่างประโยค
  • collocation หรือคำที่มักใช้คู่กัน
  • แบบฝึกหัดทบทวน

ส่วนที่ 4: Listening Part 1

เป้าหมาย: ฟังประโยคบรรยายภาพให้ได้

เนื้อหาที่ต้องมี:

  • วิธีดูภาพก่อนฟัง
  • คนในภาพกำลังทำอะไร
  • สิ่งของอยู่ตรงไหน
  • คำกริยาที่ออกบ่อยในภาพ
  • present continuous
  • passive ในภาพ
  • คำหลอกเสียงคล้าย
  • แบบฝึกหัดภาพจำลองพร้อมตัวเลือก

ส่วนที่ 5: Listening Part 2

เป้าหมาย: ฟังคำถามสั้นและเลือกคำตอบที่เหมาะสม

เนื้อหาที่ต้องมี:

  • Wh-question: who, what, where, when, why, how
  • yes/no question
  • choice question
  • indirect answer
  • คำตอบที่ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ถูก
  • ตัวเลือกหลอกที่มีคำซ้ำจากคำถาม
  • ฝึกจับคำขึ้นต้นของคำถาม

ส่วนที่ 6: Listening Part 3-4

เป้าหมาย: ฟังบทสนทนาและประกาศให้จับใจความได้

เนื้อหาที่ต้องมี:

  • วิธีอ่านคำถามก่อนเสียงเริ่ม
  • วิธีเดาบริบทจากคำถาม
  • การจับ speaker, place, problem, purpose, next action
  • บทสนทนาในออฟฟิศ
  • บทสนทนาในร้านค้า/บริการลูกค้า
  • ประกาศในบริษัท
  • ประกาศการเดินทาง
  • ฝึกจด keyword แบบเร็ว

ส่วนที่ 7: Reading Part 5-6

เป้าหมาย: เติมคำในประโยคและข้อความได้แม่นขึ้น

เนื้อหาที่ต้องมี:

  • วิธีดูคำก่อนและหลังช่องว่าง
  • การเลือกชนิดของคำ
  • tense clue
  • subject-verb agreement
  • preposition ที่ออกบ่อย
  • transition words
  • pronoun reference
  • การอ่านบริบทใน Part 6
  • แบบฝึกหัดแยกตามชนิดข้อสอบ

ส่วนที่ 8: Reading Part 7 และ Mock Test

เป้าหมาย: อ่านบทความ TOEIC ได้เร็วขึ้นและบริหารเวลาได้

เนื้อหาที่ต้องมี:

  • email
  • notice
  • advertisement
  • schedule
  • invoice
  • chat message
  • article
  • single passage
  • double passage
  • triple passage
  • คำถาม main idea
  • คำถาม detail
  • คำถาม inference
  • คำถาม vocabulary in context
  • คำถาม NOT/TRUE
  • แผนบริหารเวลา Reading
  • mini test
  • full mock test

8. โครงสร้างมาตรฐานของแต่ละบท

ทุกบทควรใช้รูปแบบใกล้เคียงกันเพื่อให้ผู้อ่านเรียนต่อเนื่องได้ง่าย

8.1 หัวบท

ต้องมี:

  • ชื่อบท
  • เป้าหมายของบท
  • เหตุผลว่าทำไมบทนี้สำคัญต่อ TOEIC

ตัวอย่าง:

บทนี้คุณจะเรียนวิธีหา Subject, Verb และ Object ในประโยคอังกฤษ เพราะนี่คือพื้นฐานของการอ่าน TOEIC Part 5, 6 และ 7

8.2 อธิบายหลักการ

ต้องอธิบายจากง่ายไปยาก

ลำดับที่แนะนำ:

  1. อธิบายเป็นภาษาไทยก่อน
  2. ให้สูตรหรือโครงสร้าง
  3. แสดงตัวอย่างอังกฤษ
  4. แปลไทย
  5. แยกส่วนประกอบ
  6. สรุปข้อควรจำ

8.3 ตัวอย่างประโยค

แต่ละหลักการควรมีตัวอย่างอย่างน้อย 5-10 ประโยค

รูปแบบที่ต้องการ:

The manager approved the request.
ผู้จัดการอนุมัติคำขอ

The manager = ประธาน
approved = กริยา
the request = กรรม

8.4 กล่องสูตรจำ

ทุกบทควรมีกล่องสรุปสั้นๆ

ตัวอย่าง:

สูตรจำ:
will + V1
can + V1
must + V1
should + V1

8.5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ต้องมีส่วนอธิบายข้อผิดที่คนไทยมักพลาด

ตัวอย่าง:

ผิด: She go to work every day.
ถูก: She goes to work every day.

เหตุผล: She เป็นประธานเอกพจน์ ใน Present Simple กริยาต้องเติม s

8.6 แบบฝึกหัด

ทุกบทต้องมีแบบฝึกหัด

จำนวนขั้นต่ำ:

  • บทพื้นฐาน: 15-25 ข้อ
  • บทแกรมมาร์: 25-40 ข้อ
  • บทคำศัพท์: 20-30 ข้อ
  • บท Listening: 10-20 ชุดคำถาม
  • บท Reading: 20-50 ข้อ ขึ้นกับความยาวบท

8.7 เฉลยละเอียด

ทุกข้อที่เป็นข้อสอบต้องมีเฉลยพร้อมเหตุผล

เฉลยต้องบอก:

  • คำตอบที่ถูก
  • เหตุผลที่ถูก
  • ตัวเลือกอื่นผิดเพราะอะไร ถ้าจำเป็น
  • คำศัพท์สำคัญในข้อ
  • วิธีคิดที่ใช้ซ้ำได้ในข้อสอบจริง

8.8 ความยาวของแต่ละบท

กำหนดความยาวโดยประมาณเพื่อคุมระดับรายละเอียดและป้องกันไม่ให้บทใดบทหนึ่งยาวเกินจำเป็น

ประเภทบท ความยาวแนะนำ แบบฝึกหัดขั้นต่ำ
บทพื้นฐาน 8-12 หน้า 15 ข้อ
บทแกรมมาร์ 12-18 หน้า 25 ข้อ
บทคำศัพท์ 10-16 หน้า 20 ข้อ
บท Listening 12-20 หน้า 10 ชุดคำถาม
บท Reading 15-25 หน้า 20 ข้อ
Mock Test แยกไฟล์ ตามรูปแบบข้อสอบจำลอง

ถ้าบทใดยาวเกินช่วงที่กำหนด ให้พิจารณาแยกเป็น 2 บท เช่น Passive Voice พื้นฐาน และ Passive Voice ในข้อสอบ TOEIC

9. มาตรฐานแบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดต้องช่วยฝึกทักษะ ไม่ใช่แค่ทดสอบ

ประเภทแบบฝึกหัดที่ควรมี:

  • เลือกคำตอบที่ถูก
  • เติมคำในช่องว่าง
  • แยก subject/verb/object
  • จับคู่คำศัพท์กับความหมาย
  • แปลใจความ ไม่แปลตรงตัว
  • เลือกคำตอบจากบทสนทนา
  • อ่านประกาศหรืออีเมลแล้วตอบคำถาม
  • วิเคราะห์ข้อผิด

ข้อสอบจำลองควรใกล้เคียง TOEIC แต่ต้องไม่คัดลอกข้อสอบจริงหรือข้อความมีลิขสิทธิ์

9.1 ระดับความยากของแบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดควรแบ่งเป็น 3 ระดับ เพื่อให้คนพื้นฐานอ่อนไต่ระดับได้

Level 1: Easy

ใช้ฝึกความเข้าใจหลักการใหม่ในบทนั้น

ลักษณะข้อ:

  • ประโยคสั้น
  • คำศัพท์ไม่ยาก
  • มี clue ชัดเจน
  • เหมาะกับผู้เริ่มต้น

Level 2: Medium

ใช้ฝึกการนำความรู้ไปใช้ในบริบท TOEIC

ลักษณะข้อ:

  • ประโยคยาวขึ้น
  • มีตัวเลือกหลอก
  • ต้องดูบริบทก่อนตอบ
  • เหมาะกับผู้อ่านที่เข้าใจบทเรียนแล้ว

Level 3: TOEIC-like

ใช้จำลองความรู้สึกของข้อสอบจริง แต่ยังต้องเป็นข้อที่เขียนขึ้นเองทั้งหมด

ลักษณะข้อ:

  • ใช้บริบทที่ทำงานหรือธุรกิจ
  • มี distractor ที่สมเหตุสมผล
  • ใช้เวลาเป็นปัจจัยในการฝึก
  • มีเฉลยละเอียดหลังทำเสร็จ

สัดส่วนแนะนำในแต่ละบท:

  • Easy: 40%
  • Medium: 40%
  • TOEIC-like: 20%

10. มาตรฐานคำศัพท์

คำศัพท์ทุกคำควรอยู่ในบริบทที่ใช้จริง

รูปแบบคำศัพท์:

approve = อนุมัติ
Example: The manager approved the budget.
แปล: ผู้จัดการอนุมัติงบประมาณ
มักเจอคู่กับ: approve a request, approve a budget, approve a proposal

คำศัพท์ไม่ควรเป็นรายการยาวโดยไม่มีตัวอย่าง เพราะผู้อ่านพื้นฐานอ่อนจะจำได้ยาก

11. มาตรฐาน Listening

เนื่องจากไฟล์หนังสือเป็นข้อความ อาจเขียนสคริปต์เสียงไว้ก่อน แล้วค่อยสร้างหรือบันทึกเสียงภายหลัง

แต่ละบท Listening ควรมี:

  • script ภาษาอังกฤษ
  • คำแปลไทย
  • คำศัพท์สำคัญ
  • จุดที่ต้องจับตอนฟัง
  • ตัวเลือกคำตอบ
  • เฉลย
  • เหตุผลว่าต้องฟังคำไหน

ตัวอย่างรูปแบบ:

Question:
Where will the meeting be held?

A. At 9 a.m.
B. In Conference Room B.
C. For two hours.

Answer: B
เหตุผล: คำถามขึ้นต้นด้วย Where จึงต้องตอบสถานที่

11.1 มาตรฐานไฟล์เสียง

ถ้ามีการสร้างไฟล์เสียงประกอบภายหลัง ต้องกำหนด metadata ให้ชัดเจน

ไฟล์เสียงแต่ละชุดควรระบุ:

  • audio_id
  • ชื่อไฟล์
  • TOEIC part
  • speaker count
  • accent หรือสำเนียงที่ใช้
  • speed: slow, normal, test-like
  • pause timing
  • transcript
  • answer key
  • notes สำหรับจุดที่ต้องฟัง

ตัวอย่าง metadata:

audio_id: P2-001
file: audio/part-2/p2-001.mp3
part: 2
speaker_count: 2
accent: American English
speed: normal
pause: 5 seconds after choices
transcript: Where will the meeting be held?
answer: B
listening_focus: Where question ต้องตอบสถานที่

มาตรฐานความเร็ว:

  • slow: สำหรับบทเรียนแรกหรือผู้เริ่มต้น
  • normal: สำหรับฝึกหลังเข้าใจเนื้อหา
  • test-like: สำหรับ mini test และ mock test

ในข้อสอบจำลองช่วงท้ายเล่ม ควรใช้ระดับ test-like เพื่อฝึกความทนและจังหวะการสอบจริง

12. มาตรฐาน Reading

Reading ต้องฝึกทั้งการอ่านเข้าใจและการอ่านเร็ว

แต่ละบท Reading ควรมี:

  • ข้อความตัวอย่าง
  • คำศัพท์สำคัญ
  • คำถาม
  • เฉลย
  • วิธีหา keyword
  • วิธีดูบริบท
  • วิธีประหยัดเวลา

เนื้อหา Reading ควรใช้บริบทที่ TOEIC ชอบ เช่น:

  • workplace email
  • meeting notice
  • job posting
  • schedule
  • receipt
  • shipping notice
  • customer inquiry
  • company announcement

13. แผนการเรียนที่หนังสือต้องรองรับ

หนังสือควรรองรับแผนเรียน 12 สัปดาห์

สัปดาห์ 1-2

เป้าหมาย: อ่านประโยคพื้นฐานออก

เนื้อหา:

  • โครงสร้างประโยค
  • ชนิดของคำ
  • คำศัพท์พื้นฐานที่ทำงาน

สัปดาห์ 3-4

เป้าหมาย: ทำ Part 5 ง่ายๆ ได้

เนื้อหา:

  • tense
  • subject-verb agreement
  • word form
  • preposition

สัปดาห์ 5-6

เป้าหมาย: เริ่มฟัง Part 1-2 ได้

เนื้อหา:

  • photograph vocabulary
  • wh-question
  • yes/no question
  • common responses

สัปดาห์ 7-8

เป้าหมาย: จับใจความ Part 3-4 ได้

เนื้อหา:

  • conversation pattern
  • announcement pattern
  • purpose/problem/next action

สัปดาห์ 9-10

เป้าหมาย: อ่าน Part 6-7 ได้เร็วขึ้น

เนื้อหา:

  • email
  • notice
  • advertisement
  • schedule
  • double passage

สัปดาห์ 11

เป้าหมาย: ทำ mini test และวิเคราะห์ข้อผิด

เนื้อหา:

  • mini listening test
  • mini reading test
  • error log

สัปดาห์ 12

เป้าหมาย: ทำ full mock test และวางแผนสอบจริง

เนื้อหา:

  • full mock test
  • time management
  • final review checklist

14. รูปแบบ Error Log

หนังสือควรสอนให้ผู้อ่านจดข้อผิดทุกครั้ง

ตาราง error log:

วันที่ Part ข้อ ผิดเพราะอะไร คำศัพท์/แกรมมาร์ที่ต้องทวน วิธีแก้
2026-06-03 Part 5 12 เลือก tense ผิด will + V1 ทวน modal verbs

ประเภทข้อผิด:

  • ไม่รู้คำศัพท์
  • แปลผิด
  • อ่านไม่ครบ
  • ฟัง keyword ไม่ทัน
  • สับสน tense
  • สับสน word form
  • ทำไม่ทัน
  • เดาโดยไม่มีเหตุผล

15. ไฟล์และโครงสร้างโปรเจกต์ที่แนะนำ

โครงสร้างไฟล์:

toeic-tutorial-book/
  SPEC.md
  README.md
  outline.md
  chapters/
    01-basic-sentence.md
    02-parts-of-speech.md
    03-common-sentence-patterns.md
    04-tense.md
    05-passive-voice.md
  vocabulary/
    office.md
    meeting.md
    email.md
    travel.md
  listening/
    part-1-photographs.md
    part-2-question-response.md
    part-3-conversations.md
    part-4-talks.md
  exercises/
    part-1-photographs.md
    part-2-question-response.md
    part-5-incomplete-sentences.md
    part-7-reading-comprehension.md
  audio/
    part-1/
    part-2/
    part-3/
    part-4/
  mock-tests/
    mini-test-01.md
    full-test-01.md
  answer-keys/
    placement-test.md
    mini-test-01.md
    full-test-01.md

16. เกณฑ์ตรวจคุณภาพเนื้อหา

ก่อนถือว่าบทหนึ่งเสร็จ ต้องผ่าน checklist นี้:

  • มีเป้าหมายบทชัดเจน
  • อธิบายเหมาะกับคนพื้นฐานอ่อน
  • มีตัวอย่างอังกฤษพร้อมคำแปล
  • มีสูตรจำหรือสรุปสั้น
  • มีข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • มีแบบฝึกหัด
  • มีเฉลยละเอียด
  • ไม่มีการกระโดดไปใช้ความรู้ที่ยังไม่ได้สอน
  • คำศัพท์และบริบทใกล้เคียง TOEIC
  • ไม่คัดลอกข้อสอบจริงหรือเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์

17. สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่เริ่มจากข้อสอบยากทันที
  • ไม่อธิบายด้วยศัพท์แกรมมาร์ล้วนๆ
  • ไม่ให้คำศัพท์เป็นลิสต์ยาวโดยไม่มีตัวอย่าง
  • ไม่ใช้ประโยคตัวอย่างที่ไกลจาก TOEIC มากเกินไป
  • ไม่คัดลอกข้อสอบจริงจากหนังสือหรือเว็บอื่น
  • ไม่รับประกันคะแนนแบบเกินจริง
  • ไม่ทำเฉลยสั้นแค่บอกคำตอบ

18. มาตรฐานแหล่งอ้างอิง

ถ้าต้องอ้างอิงรูปแบบข้อสอบหรือข้อมูลทางการ ให้ใช้แหล่งข้อมูลจาก:

  • ETS
  • ศูนย์สอบ TOEIC ทางการ
  • เอกสารทางการของผู้จัดสอบ

ถ้าเป็นตัวอย่างข้อสอบ คำศัพท์ หรือบทอ่าน ให้เขียนขึ้นใหม่เองทั้งหมด โดยอิงบริบททั่วไปของ TOEIC เท่านั้น

18.1 ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และข้อจำกัด

หนังสือนี้ต้องระบุให้ชัดเจนว่า:

  • TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
  • หนังสือนี้เป็นสื่อเตรียมสอบอิสระ
  • หนังสือนี้ไม่ใช่เอกสารทางการของ ETS หรือผู้จัดสอบ
  • หนังสือนี้ไม่ได้รับการรับรองหรืออนุมัติจาก ETS เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ตัวอย่างข้อสอบทั้งหมดต้องเขียนขึ้นใหม่เอง
  • ห้ามคัดลอกข้อสอบจริง ข้อสอบจากหนังสือ commercial prep หรือ sample test ทางการมาใช้ในต้นฉบับ

ข้อความ disclaimer แนะนำ:

หนังสือเล่มนี้เป็นสื่อเตรียมสอบอิสระสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษ TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเอกสารทางการ และไม่ได้รับการรับรองหรืออนุมัติจาก ETS หรือผู้จัดสอบ ตัวอย่างข้อสอบในหนังสือเขียนขึ้นใหม่เพื่อการเรียนรู้เท่านั้น

19. เป้าหมายของบทแรก

บทแรกควรชื่อ:

บทที่ 1: อ่านประโยคอังกฤษให้รู้ว่าใครทำอะไร

บทนี้ต้องทำให้ผู้อ่าน:

  • เข้าใจว่า sentence คืออะไร
  • รู้จัก subject, verb, object
  • อ่านประโยคง่ายๆ ได้
  • แยกส่วนประโยคได้
  • เริ่มเห็นว่า TOEIC Reading ไม่จำเป็นต้องแปลทุกคำก่อนเสมอไป

ตัวอย่างแกนหลัก:

The manager approved the request.
ผู้จัดการอนุมัติคำขอ

The manager = ใคร
approved = ทำอะไร
the request = กับอะไร

20. นิยามความสำเร็จของโปรเจกต์

โปรเจกต์นี้สำเร็จเมื่อมีหนังสือที่:

  • คนพื้นฐานอ่อนอ่านต่อเนื่องได้
  • มีบทเรียนละเอียด ไม่ใช่แค่ outline
  • มีแบบฝึกหัดและเฉลยพอให้ฝึกจริง
  • ครอบคลุม TOEIC Listening & Reading ทุก part
  • มีแผนเรียนและระบบทบทวน
  • สามารถนำไปจัดหน้าเป็น ebook หรือหนังสือเรียนได้