- ชื่อโปรเจกต์: TOEIC Tutorial Book
- เวอร์ชันสเปก: 1.1
- วันที่อัปเดต: 2026-06-03
- กลุ่มข้อสอบที่อ้างอิง: TOEIC Listening & Reading
- แหล่งอ้างอิงรูปแบบข้อสอบ: ETS TOEIC Listening & Reading และ IIBC TOEIC Listening & Reading Test Format and Content
- สถานะ: สเปกสำหรับเขียนต้นฉบับ ไม่ใช่เอกสารทางการของผู้จัดสอบ
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสอนภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยที่พื้นฐานอ่อนมากหรือเริ่มจากศูนย์ เพื่อเตรียมสอบ TOEIC Listening & Reading อย่างเป็นระบบ
เป้าหมายหลักไม่ใช่การท่องเทคนิคสอบอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ผู้อ่าน:
- อ่านประโยคอังกฤษพื้นฐานได้
- แยกโครงสร้างประโยคได้ว่าใครทำอะไรกับอะไร
- รู้คำศัพท์ที่ออกซ้ำใน TOEIC
- เข้าใจแกรมมาร์ที่จำเป็นต่อข้อสอบ
- ฟังประโยคและบทสนทนาในบริบทการทำงานได้ดีขึ้น
- ทำข้อสอบ TOEIC Listening & Reading ได้อย่างมีแผน
- วิเคราะห์ข้อผิดของตัวเองและพัฒนาคะแนนต่อได้
กลุ่มเป้าหมายหลัก:
- คนไทยที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ
- คนที่อ่านประโยคอังกฤษแล้วยังจับใจความไม่ได้
- คนที่ไม่มั่นใจเรื่องแกรมมาร์
- คนที่ต้องสอบ TOEIC เพื่อสมัครงาน เรียนจบ เลื่อนตำแหน่ง หรือใช้ยื่นองค์กร
- คนที่เคยลองทำข้อสอบแล้วรู้สึกว่าฟังไม่ทัน อ่านไม่ทัน หรือเดาคำตอบเป็นส่วนใหญ่
ระดับเริ่มต้นที่รองรับ:
- ไม่รู้จักชนิดของคำมาก่อน
- จำ tense ไม่ได้
- รู้คำศัพท์น้อย
- ไม่คุ้นกับบทสนทนาภาษาอังกฤษในที่ทำงาน
หนังสือควรออกแบบให้พาผู้อ่านไต่ระดับเป็นขั้น ไม่ตั้งเป้าเกินจริงตั้งแต่ต้น
- ระยะเริ่มต้น: เข้าใจข้อสอบและลดการเดา
- เป้าหมายแรก: 350-450+
- เป้าหมายกลาง: 550-650+
- เป้าหมายต่อยอด: 700+ สำหรับผู้ที่ทำแบบฝึกหัดครบและทบทวนสม่ำเสมอ
หนังสือไม่ควรรับประกันคะแนน เพราะคะแนนขึ้นกับพื้นฐานเดิม เวลาเรียน ความสม่ำเสมอ และคุณภาพการฝึกฟัง/อ่านของผู้อ่าน
หนังสือควรมีแบบทดสอบวัดพื้นฐานก่อนเริ่มบทเรียน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านรู้ว่าตัวเองควรเริ่มจากจุดไหน
Placement Test ควรมี 4 ส่วน:
- Grammar and Sentence Basics: 15 ข้อ
- Vocabulary: 15 ข้อ
- Short Listening Script: 10 ข้อ
- Short Reading: 10 ข้อ
รวมทั้งหมด 50 ข้อ
การแปลผลเบื้องต้น:
- 0-20 ข้อ: เริ่มจากบทที่ 1 และทำทุกแบบฝึกหัด
- 21-35 ข้อ: เริ่มจากบทพื้นฐาน แต่สามารถทำบางแบบฝึกหัดแบบเร็วได้
- 36-45 ข้อ: เริ่มจากแกรมมาร์ TOEIC และคำศัพท์ได้
- 46-50 ข้อ: ข้ามพื้นฐานได้ แต่ควรทำ mock test เพื่อหาจุดอ่อนจริง
Placement Test ต้องมีเฉลยละเอียดและบอกบทที่ควรกลับไปทวน เช่น ถ้าผิดเรื่อง will + V1 ให้กลับไปทวนบท modal verbs
หนังสือเน้น TOEIC Listening & Reading
โครงสร้างข้อสอบที่ใช้เป็นกรอบเนื้อหา:
- Listening: 100 ข้อ
- Reading: 100 ข้อ
- รวม: 200 ข้อ
- เวลาทำข้อสอบหลัก: Listening ประมาณ 45 นาที และ Reading 75 นาที
- เวลารวมในสนามสอบอาจมากกว่า 2 ชั่วโมง เพราะมีขั้นตอนตอบข้อมูลส่วนตัวหรือคำชี้แจงก่อนสอบ
- Part 1: Photographs
- Part 2: Question-Response
- Part 3: Conversations
- Part 4: Talks
- Part 5: Incomplete Sentences
- Part 6: Text Completion
- Part 7: Reading Comprehension
จำนวนข้อที่ใช้เป็นกรอบมาตรฐาน:
| Section | Part | Question Type | จำนวนข้อ |
|---|---|---|---|
| Listening | 1 | Photographs | 6 |
| Listening | 2 | Question-Response | 25 |
| Listening | 3 | Conversations | 39 |
| Listening | 4 | Talks | 30 |
| Reading | 5 | Incomplete Sentences | 30 |
| Reading | 6 | Text Completion | 16 |
| Reading | 7 | Reading Comprehension | 54 |
หมายเหตุ: ก่อนจัดพิมพ์หรือเผยแพร่จริง ต้องตรวจสอบรูปแบบข้อสอบล่าสุดจากแหล่งทางการของ ETS หรือศูนย์สอบในประเทศอีกครั้ง
หนังสือต้องสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยึดหลักต่อไปนี้:
- เริ่มจากสิ่งที่ผู้อ่านใช้ได้ทันที
- อธิบายเป็นภาษาไทยง่ายๆ ก่อนใช้ศัพท์แกรมมาร์
- ถ้าจำเป็นต้องใช้ศัพท์แกรมมาร์ ต้องอธิบายความหมายก่อนเสมอ
- ใช้ตัวอย่างภาษาอังกฤษที่พบได้ใน TOEIC และที่ทำงาน
- ทุกตัวอย่างสำคัญควรมีคำแปลไทย
- สอนให้เห็นรูปแบบซ้ำ ไม่ใช่ให้จำเป็นประโยคๆ เท่านั้น
- ลดการท่องจำที่ไม่จำเป็น
- เพิ่มการฝึกแยกประโยค แปลใจความ และหา keyword
- ผู้อ่านต้องรู้ว่า "ทำไมคำตอบนี้ถูก" และ "ทำไมตัวเลือกอื่นผิด"
สไตล์ภาษา:
- เป็นกันเองแต่จริงจัง
- เหมือนครูสอนตัวต่อตัวให้คนพื้นฐานอ่อน
- ใช้ประโยคสั้น ชัดเจน
- ไม่ใช้ภาษาเชิงวิชาการเกินจำเป็น
- ไม่พูดให้ผู้อ่านรู้สึกว่าตัวเองโง่หรือช้า
- ไม่ใช้มุกหรือภาษาวัยรุ่นมากเกินไป
ตัวอย่างน้ำเสียงที่ต้องการ:
ประโยคอังกฤษส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากการแปลทีละคำ แต่เริ่มจากการหาให้เจอก่อนว่า ใคร ทำอะไร และทำกับอะไร
ตัวอย่างน้ำเสียงที่ไม่ต้องการ:
ผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าใจ syntactic structure และ morphological variation ก่อนเข้าสู่ข้อสอบมาตรฐาน
หนังสือแบ่งเป็น 8 ส่วนหลัก
เป้าหมาย: ทำให้ผู้อ่านเริ่มอ่านประโยคอังกฤษง่ายๆ ได้
บทที่ควรมี:
- ประโยคอังกฤษคืออะไร
- Subject, Verb, Object แบบง่าย
- ชนิดของคำที่ต้องรู้: noun, verb, adjective, adverb
- คำนามเอกพจน์/พหูพจน์
- Article: a, an, the
- Pronoun: I, you, he, she, it, they
- การอ่านประโยคโดยไม่แปลทุกคำ
เป้าหมาย: ให้ผู้อ่านทำ Part 5 และ Part 6 ได้ดีขึ้น
บทที่ควรมี:
- Present Simple
- Past Simple
- Present Perfect
- Future forms: will, be going to
- Modal verbs: can, may, must, should
- Passive Voice
- Preposition
- Conjunction
- Relative Clause
- Comparison
- Gerund and Infinitive
- Word Form: noun, verb, adjective, adverb
เป้าหมาย: สร้างคลังคำศัพท์ที่เจอบ่อยในข้อสอบและที่ทำงาน
หมวดคำศัพท์ที่ควรมี:
- Office and Workplace
- Meeting and Schedule
- Email and Documents
- Hiring and Human Resources
- Sales and Customer Service
- Travel and Transportation
- Hotel and Restaurant
- Shopping and Product
- Finance and Payment
- Maintenance and Equipment
- Announcement and Notice
- Business Verbs
แต่ละหมวดต้องมี:
- คำศัพท์อังกฤษ
- คำอ่านโดยประมาณถ้าจำเป็น
- คำแปลไทย
- ตัวอย่างประโยค
- collocation หรือคำที่มักใช้คู่กัน
- แบบฝึกหัดทบทวน
เป้าหมาย: ฟังประโยคบรรยายภาพให้ได้
เนื้อหาที่ต้องมี:
- วิธีดูภาพก่อนฟัง
- คนในภาพกำลังทำอะไร
- สิ่งของอยู่ตรงไหน
- คำกริยาที่ออกบ่อยในภาพ
- present continuous
- passive ในภาพ
- คำหลอกเสียงคล้าย
- แบบฝึกหัดภาพจำลองพร้อมตัวเลือก
เป้าหมาย: ฟังคำถามสั้นและเลือกคำตอบที่เหมาะสม
เนื้อหาที่ต้องมี:
- Wh-question: who, what, where, when, why, how
- yes/no question
- choice question
- indirect answer
- คำตอบที่ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ถูก
- ตัวเลือกหลอกที่มีคำซ้ำจากคำถาม
- ฝึกจับคำขึ้นต้นของคำถาม
เป้าหมาย: ฟังบทสนทนาและประกาศให้จับใจความได้
เนื้อหาที่ต้องมี:
- วิธีอ่านคำถามก่อนเสียงเริ่ม
- วิธีเดาบริบทจากคำถาม
- การจับ speaker, place, problem, purpose, next action
- บทสนทนาในออฟฟิศ
- บทสนทนาในร้านค้า/บริการลูกค้า
- ประกาศในบริษัท
- ประกาศการเดินทาง
- ฝึกจด keyword แบบเร็ว
เป้าหมาย: เติมคำในประโยคและข้อความได้แม่นขึ้น
เนื้อหาที่ต้องมี:
- วิธีดูคำก่อนและหลังช่องว่าง
- การเลือกชนิดของคำ
- tense clue
- subject-verb agreement
- preposition ที่ออกบ่อย
- transition words
- pronoun reference
- การอ่านบริบทใน Part 6
- แบบฝึกหัดแยกตามชนิดข้อสอบ
เป้าหมาย: อ่านบทความ TOEIC ได้เร็วขึ้นและบริหารเวลาได้
เนื้อหาที่ต้องมี:
- notice
- advertisement
- schedule
- invoice
- chat message
- article
- single passage
- double passage
- triple passage
- คำถาม main idea
- คำถาม detail
- คำถาม inference
- คำถาม vocabulary in context
- คำถาม NOT/TRUE
- แผนบริหารเวลา Reading
- mini test
- full mock test
ทุกบทควรใช้รูปแบบใกล้เคียงกันเพื่อให้ผู้อ่านเรียนต่อเนื่องได้ง่าย
ต้องมี:
- ชื่อบท
- เป้าหมายของบท
- เหตุผลว่าทำไมบทนี้สำคัญต่อ TOEIC
ตัวอย่าง:
บทนี้คุณจะเรียนวิธีหา Subject, Verb และ Object ในประโยคอังกฤษ เพราะนี่คือพื้นฐานของการอ่าน TOEIC Part 5, 6 และ 7
ต้องอธิบายจากง่ายไปยาก
ลำดับที่แนะนำ:
- อธิบายเป็นภาษาไทยก่อน
- ให้สูตรหรือโครงสร้าง
- แสดงตัวอย่างอังกฤษ
- แปลไทย
- แยกส่วนประกอบ
- สรุปข้อควรจำ
แต่ละหลักการควรมีตัวอย่างอย่างน้อย 5-10 ประโยค
รูปแบบที่ต้องการ:
The manager approved the request.
ผู้จัดการอนุมัติคำขอ
The manager = ประธาน
approved = กริยา
the request = กรรม
ทุกบทควรมีกล่องสรุปสั้นๆ
ตัวอย่าง:
สูตรจำ:
will + V1
can + V1
must + V1
should + V1
ต้องมีส่วนอธิบายข้อผิดที่คนไทยมักพลาด
ตัวอย่าง:
ผิด: She go to work every day.
ถูก: She goes to work every day.
เหตุผล: She เป็นประธานเอกพจน์ ใน Present Simple กริยาต้องเติม s
ทุกบทต้องมีแบบฝึกหัด
จำนวนขั้นต่ำ:
- บทพื้นฐาน: 15-25 ข้อ
- บทแกรมมาร์: 25-40 ข้อ
- บทคำศัพท์: 20-30 ข้อ
- บท Listening: 10-20 ชุดคำถาม
- บท Reading: 20-50 ข้อ ขึ้นกับความยาวบท
ทุกข้อที่เป็นข้อสอบต้องมีเฉลยพร้อมเหตุผล
เฉลยต้องบอก:
- คำตอบที่ถูก
- เหตุผลที่ถูก
- ตัวเลือกอื่นผิดเพราะอะไร ถ้าจำเป็น
- คำศัพท์สำคัญในข้อ
- วิธีคิดที่ใช้ซ้ำได้ในข้อสอบจริง
กำหนดความยาวโดยประมาณเพื่อคุมระดับรายละเอียดและป้องกันไม่ให้บทใดบทหนึ่งยาวเกินจำเป็น
| ประเภทบท | ความยาวแนะนำ | แบบฝึกหัดขั้นต่ำ |
|---|---|---|
| บทพื้นฐาน | 8-12 หน้า | 15 ข้อ |
| บทแกรมมาร์ | 12-18 หน้า | 25 ข้อ |
| บทคำศัพท์ | 10-16 หน้า | 20 ข้อ |
| บท Listening | 12-20 หน้า | 10 ชุดคำถาม |
| บท Reading | 15-25 หน้า | 20 ข้อ |
| Mock Test | แยกไฟล์ | ตามรูปแบบข้อสอบจำลอง |
ถ้าบทใดยาวเกินช่วงที่กำหนด ให้พิจารณาแยกเป็น 2 บท เช่น Passive Voice พื้นฐาน และ Passive Voice ในข้อสอบ TOEIC
แบบฝึกหัดต้องช่วยฝึกทักษะ ไม่ใช่แค่ทดสอบ
ประเภทแบบฝึกหัดที่ควรมี:
- เลือกคำตอบที่ถูก
- เติมคำในช่องว่าง
- แยก subject/verb/object
- จับคู่คำศัพท์กับความหมาย
- แปลใจความ ไม่แปลตรงตัว
- เลือกคำตอบจากบทสนทนา
- อ่านประกาศหรืออีเมลแล้วตอบคำถาม
- วิเคราะห์ข้อผิด
ข้อสอบจำลองควรใกล้เคียง TOEIC แต่ต้องไม่คัดลอกข้อสอบจริงหรือข้อความมีลิขสิทธิ์
แบบฝึกหัดควรแบ่งเป็น 3 ระดับ เพื่อให้คนพื้นฐานอ่อนไต่ระดับได้
ใช้ฝึกความเข้าใจหลักการใหม่ในบทนั้น
ลักษณะข้อ:
- ประโยคสั้น
- คำศัพท์ไม่ยาก
- มี clue ชัดเจน
- เหมาะกับผู้เริ่มต้น
ใช้ฝึกการนำความรู้ไปใช้ในบริบท TOEIC
ลักษณะข้อ:
- ประโยคยาวขึ้น
- มีตัวเลือกหลอก
- ต้องดูบริบทก่อนตอบ
- เหมาะกับผู้อ่านที่เข้าใจบทเรียนแล้ว
ใช้จำลองความรู้สึกของข้อสอบจริง แต่ยังต้องเป็นข้อที่เขียนขึ้นเองทั้งหมด
ลักษณะข้อ:
- ใช้บริบทที่ทำงานหรือธุรกิจ
- มี distractor ที่สมเหตุสมผล
- ใช้เวลาเป็นปัจจัยในการฝึก
- มีเฉลยละเอียดหลังทำเสร็จ
สัดส่วนแนะนำในแต่ละบท:
- Easy: 40%
- Medium: 40%
- TOEIC-like: 20%
คำศัพท์ทุกคำควรอยู่ในบริบทที่ใช้จริง
รูปแบบคำศัพท์:
approve = อนุมัติ
Example: The manager approved the budget.
แปล: ผู้จัดการอนุมัติงบประมาณ
มักเจอคู่กับ: approve a request, approve a budget, approve a proposal
คำศัพท์ไม่ควรเป็นรายการยาวโดยไม่มีตัวอย่าง เพราะผู้อ่านพื้นฐานอ่อนจะจำได้ยาก
เนื่องจากไฟล์หนังสือเป็นข้อความ อาจเขียนสคริปต์เสียงไว้ก่อน แล้วค่อยสร้างหรือบันทึกเสียงภายหลัง
แต่ละบท Listening ควรมี:
- script ภาษาอังกฤษ
- คำแปลไทย
- คำศัพท์สำคัญ
- จุดที่ต้องจับตอนฟัง
- ตัวเลือกคำตอบ
- เฉลย
- เหตุผลว่าต้องฟังคำไหน
ตัวอย่างรูปแบบ:
Question:
Where will the meeting be held?
A. At 9 a.m.
B. In Conference Room B.
C. For two hours.
Answer: B
เหตุผล: คำถามขึ้นต้นด้วย Where จึงต้องตอบสถานที่
ถ้ามีการสร้างไฟล์เสียงประกอบภายหลัง ต้องกำหนด metadata ให้ชัดเจน
ไฟล์เสียงแต่ละชุดควรระบุ:
- audio_id
- ชื่อไฟล์
- TOEIC part
- speaker count
- accent หรือสำเนียงที่ใช้
- speed: slow, normal, test-like
- pause timing
- transcript
- answer key
- notes สำหรับจุดที่ต้องฟัง
ตัวอย่าง metadata:
audio_id: P2-001
file: audio/part-2/p2-001.mp3
part: 2
speaker_count: 2
accent: American English
speed: normal
pause: 5 seconds after choices
transcript: Where will the meeting be held?
answer: B
listening_focus: Where question ต้องตอบสถานที่
มาตรฐานความเร็ว:
- slow: สำหรับบทเรียนแรกหรือผู้เริ่มต้น
- normal: สำหรับฝึกหลังเข้าใจเนื้อหา
- test-like: สำหรับ mini test และ mock test
ในข้อสอบจำลองช่วงท้ายเล่ม ควรใช้ระดับ test-like เพื่อฝึกความทนและจังหวะการสอบจริง
Reading ต้องฝึกทั้งการอ่านเข้าใจและการอ่านเร็ว
แต่ละบท Reading ควรมี:
- ข้อความตัวอย่าง
- คำศัพท์สำคัญ
- คำถาม
- เฉลย
- วิธีหา keyword
- วิธีดูบริบท
- วิธีประหยัดเวลา
เนื้อหา Reading ควรใช้บริบทที่ TOEIC ชอบ เช่น:
- workplace email
- meeting notice
- job posting
- schedule
- receipt
- shipping notice
- customer inquiry
- company announcement
หนังสือควรรองรับแผนเรียน 12 สัปดาห์
เป้าหมาย: อ่านประโยคพื้นฐานออก
เนื้อหา:
- โครงสร้างประโยค
- ชนิดของคำ
- คำศัพท์พื้นฐานที่ทำงาน
เป้าหมาย: ทำ Part 5 ง่ายๆ ได้
เนื้อหา:
- tense
- subject-verb agreement
- word form
- preposition
เป้าหมาย: เริ่มฟัง Part 1-2 ได้
เนื้อหา:
- photograph vocabulary
- wh-question
- yes/no question
- common responses
เป้าหมาย: จับใจความ Part 3-4 ได้
เนื้อหา:
- conversation pattern
- announcement pattern
- purpose/problem/next action
เป้าหมาย: อ่าน Part 6-7 ได้เร็วขึ้น
เนื้อหา:
- notice
- advertisement
- schedule
- double passage
เป้าหมาย: ทำ mini test และวิเคราะห์ข้อผิด
เนื้อหา:
- mini listening test
- mini reading test
- error log
เป้าหมาย: ทำ full mock test และวางแผนสอบจริง
เนื้อหา:
- full mock test
- time management
- final review checklist
หนังสือควรสอนให้ผู้อ่านจดข้อผิดทุกครั้ง
ตาราง error log:
| วันที่ | Part | ข้อ | ผิดเพราะอะไร | คำศัพท์/แกรมมาร์ที่ต้องทวน | วิธีแก้ |
|---|---|---|---|---|---|
| 2026-06-03 | Part 5 | 12 | เลือก tense ผิด | will + V1 | ทวน modal verbs |
ประเภทข้อผิด:
- ไม่รู้คำศัพท์
- แปลผิด
- อ่านไม่ครบ
- ฟัง keyword ไม่ทัน
- สับสน tense
- สับสน word form
- ทำไม่ทัน
- เดาโดยไม่มีเหตุผล
โครงสร้างไฟล์:
toeic-tutorial-book/
SPEC.md
README.md
outline.md
chapters/
01-basic-sentence.md
02-parts-of-speech.md
03-common-sentence-patterns.md
04-tense.md
05-passive-voice.md
vocabulary/
office.md
meeting.md
email.md
travel.md
listening/
part-1-photographs.md
part-2-question-response.md
part-3-conversations.md
part-4-talks.md
exercises/
part-1-photographs.md
part-2-question-response.md
part-5-incomplete-sentences.md
part-7-reading-comprehension.md
audio/
part-1/
part-2/
part-3/
part-4/
mock-tests/
mini-test-01.md
full-test-01.md
answer-keys/
placement-test.md
mini-test-01.md
full-test-01.md
ก่อนถือว่าบทหนึ่งเสร็จ ต้องผ่าน checklist นี้:
- มีเป้าหมายบทชัดเจน
- อธิบายเหมาะกับคนพื้นฐานอ่อน
- มีตัวอย่างอังกฤษพร้อมคำแปล
- มีสูตรจำหรือสรุปสั้น
- มีข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- มีแบบฝึกหัด
- มีเฉลยละเอียด
- ไม่มีการกระโดดไปใช้ความรู้ที่ยังไม่ได้สอน
- คำศัพท์และบริบทใกล้เคียง TOEIC
- ไม่คัดลอกข้อสอบจริงหรือเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์
- ไม่เริ่มจากข้อสอบยากทันที
- ไม่อธิบายด้วยศัพท์แกรมมาร์ล้วนๆ
- ไม่ให้คำศัพท์เป็นลิสต์ยาวโดยไม่มีตัวอย่าง
- ไม่ใช้ประโยคตัวอย่างที่ไกลจาก TOEIC มากเกินไป
- ไม่คัดลอกข้อสอบจริงจากหนังสือหรือเว็บอื่น
- ไม่รับประกันคะแนนแบบเกินจริง
- ไม่ทำเฉลยสั้นแค่บอกคำตอบ
ถ้าต้องอ้างอิงรูปแบบข้อสอบหรือข้อมูลทางการ ให้ใช้แหล่งข้อมูลจาก:
- ETS
- ศูนย์สอบ TOEIC ทางการ
- เอกสารทางการของผู้จัดสอบ
ถ้าเป็นตัวอย่างข้อสอบ คำศัพท์ หรือบทอ่าน ให้เขียนขึ้นใหม่เองทั้งหมด โดยอิงบริบททั่วไปของ TOEIC เท่านั้น
หนังสือนี้ต้องระบุให้ชัดเจนว่า:
- TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือนี้เป็นสื่อเตรียมสอบอิสระ
- หนังสือนี้ไม่ใช่เอกสารทางการของ ETS หรือผู้จัดสอบ
- หนังสือนี้ไม่ได้รับการรับรองหรืออนุมัติจาก ETS เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
- ตัวอย่างข้อสอบทั้งหมดต้องเขียนขึ้นใหม่เอง
- ห้ามคัดลอกข้อสอบจริง ข้อสอบจากหนังสือ commercial prep หรือ sample test ทางการมาใช้ในต้นฉบับ
ข้อความ disclaimer แนะนำ:
หนังสือเล่มนี้เป็นสื่อเตรียมสอบอิสระสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษ TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเอกสารทางการ และไม่ได้รับการรับรองหรืออนุมัติจาก ETS หรือผู้จัดสอบ ตัวอย่างข้อสอบในหนังสือเขียนขึ้นใหม่เพื่อการเรียนรู้เท่านั้น
บทแรกควรชื่อ:
บทที่ 1: อ่านประโยคอังกฤษให้รู้ว่าใครทำอะไร
บทนี้ต้องทำให้ผู้อ่าน:
- เข้าใจว่า sentence คืออะไร
- รู้จัก subject, verb, object
- อ่านประโยคง่ายๆ ได้
- แยกส่วนประโยคได้
- เริ่มเห็นว่า TOEIC Reading ไม่จำเป็นต้องแปลทุกคำก่อนเสมอไป
ตัวอย่างแกนหลัก:
The manager approved the request.
ผู้จัดการอนุมัติคำขอ
The manager = ใคร
approved = ทำอะไร
the request = กับอะไร
โปรเจกต์นี้สำเร็จเมื่อมีหนังสือที่:
- คนพื้นฐานอ่อนอ่านต่อเนื่องได้
- มีบทเรียนละเอียด ไม่ใช่แค่ outline
- มีแบบฝึกหัดและเฉลยพอให้ฝึกจริง
- ครอบคลุม TOEIC Listening & Reading ทุก part
- มีแผนเรียนและระบบทบทวน
- สามารถนำไปจัดหน้าเป็น ebook หรือหนังสือเรียนได้